
ยามพระอาทิตย์ตก
เมื่อสนธยาใกล้ค่ำ กวียังคงคำนึงถึงใบหน้าของหญิงคนรัก ภาพเวลาเปลี่ยนทำหน้าที่เร้าอารมณ์คิดถึง
ช่วงค่ำ อารมณ์เปลี่ยนจากการชมธรรมชาติสู่การรำพันถึงหญิงคนรักอย่างเต็มที่
เมื่อพระอาทิตย์ตก ความมืดและความสงัดทำให้ความคิดถึงเด่นชัดขึ้น บทครวญดำเนินตามลำดับเวลา ตั้งแต่ยามสอง ยามสาม จนใกล้รุ่ง
เสียงฆ้องบอกเวลาและเสียงปี่ไม่ได้เป็นเพียงเสียงบรรยากาศ แต่กลายเป็นเสียงที่สะท้อนความเศร้าในใจของกวี

เมื่อสนธยาใกล้ค่ำ กวียังคงคำนึงถึงใบหน้าของหญิงคนรัก ภาพเวลาเปลี่ยนทำหน้าที่เร้าอารมณ์คิดถึง

เสียงฆ้องบอกยามและเสียงปี่ในค่ำคืนถูกตีความเหมือนเสียงคร่ำครวญ ทำให้กวีรู้สึกโดดเดี่ยวมากขึ้น

กวีรำลึกถึงรูปโฉม มารยาท รอยยิ้ม และถ้อยคำของนาง แสดงว่าความคิดถึงครอบคลุมทั้งรูปลักษณ์และบุคลิก

บทประพันธ์สรุปความทรมานของผู้พลัดพราก โดยเห็นว่าการจากหญิงรักแม้เพียงวันเดียวก็ยาวนานและทุกข์หนัก