บทเห่ชมปลา ชมไม้ และชมนก

ธรรมชาติที่พบระหว่างการเดินทางถูกเชื่อมโยงกับหญิงคนรักอย่างแยบคาย

ช่วงสาย: ชมปลาน้ำจืด

ปลาที่ปรากฏ ได้แก่ นวลจันทร์ ตะเพียนทอง กระแห แก้มช้ำ น้ำเงิน กราย หางไก่ สร้อย เนื้ออ่อน เสือ แมลงภู่ ชะแวง และชะวาด กวีใช้ชื่อ สี รูปร่าง และพฤติกรรมของปลาเชื่อมกับความงามหรือความคิดถึงนาง

การเล่นคำ “แก้มช้ำ–ปลาทุก”

ชื่อปลาเป็นจุดเริ่มให้กวีเชื่อมไปสู่แก้มนางและความทุกข์ของตน จึงเกิดทั้งภาพธรรมชาติและอารมณ์รักในวรรคเดียวกัน

บทปลาแก้มช้ำและปลาทุก

ปลาสร้อยกับสร้อยของนาง

ภาพปลาสร้อยว่ายวนทำให้กวีนึกถึงสร้อยเครื่องประดับของหญิงคนรักและยิ่งรู้สึกเศร้าเมื่อไม่เห็นนาง

บทปลาสร้อย

ช่วงบ่าย: ชมดอกไม้ตามชายฝั่ง

ดอกไม้ที่กล่าวถึง ได้แก่ นางแย้ม จำปา พุดจีบ พิกุล สายหยุด พุทธชาด สุกรม ประยงค์ บุนนาค เต็ง แต้ว แก้ว มะลิวัลย์ กาหลง จิก และลำดวน กลิ่นและสีของดอกไม้ทำให้กวีนึกถึงความงามและฝีมือร้อยมาลัยของนาง

ดอกไม้กับวัฒนธรรมการร้อยมาลัย

เมื่อเห็นสายหยุดและพุทธชาด กวีนึกถึงนางที่เคยร้อยมาลัยวางไว้ข้างที่นอน จึงสะท้อนทั้งความรักและงานฝีมือของหญิงไทย

วัฒนธรรมการร้อยมาลัย

ช่วงเย็น: ชมนก

นกที่ปรากฏ ได้แก่ นกยูง นกสร้อยทอง นกสาลิกา นกนางนวล นกแก้ว ไก่ฟ้า นกแขกเต้า นกดุเหว่า นกโนรี และนกสัตวา ภาพนกเป็นคู่หรือบินเป็นฝูงกลับยิ่งเน้นความโดดเดี่ยวของกวี

นกพลัดคู่

กวีเห็นนกบินมาเป็นหมู่ แต่มีตัวหนึ่งพลัดออกมา จึงเปรียบกับตนที่ต้องอยู่เดียวดายเพราะจากหญิงคนรัก

บทนกพลัดคู่

นกสาลิกากับคู่

การเห็นนกสาลิกาอยู่กับคู่ทำให้ความอาวรณ์ของกวีชัดขึ้น เพราะตนกลับไม่ได้อยู่กับนาง

บทนกสาลิกา